กรรมบถ กระทู้ธรรม กระทู้ธรรมตรี กระทู้ธรรมโท กระทู้ธรรมเอก กลอนเอตทัคคะ การท่องจำ การสอบ การให้คะแนน กุศลพิธี เก็งข้อสอบชั้นตรี เก็งข้อสอบชั้นโท เก็งข้อสอบชั้นเอก เก็งข้อสอบ ธ.ศ.ตรี เก็งข้อสอบ ธ.ศ.โท เก็งข้อสอบ ธ.ศ.เอก เก็งข้อสอบ น.ธ.ตรี เก็งข้อสอบ น.ธ.โท เก็งข้อสอบ น.ธ.เอก เก็งข้อสอบนักธรรมตรี เก็งข้อสอบนักธรรมโท เก็งข้อสอบนักธรรมเอก เก็งนักธรรมตรี-โท-เอก ข้อสอบ ข้อสอบธรรมศึกษาตรี ข้อสอบธรรมศึกษาโท ข้อสอบธรรมศึกษาเอก ข้อสอบธรรมสนามหลวง ข้อสอบ ธ.ศ. ข้อสอบ น.ธ. เขียนกระทู้ เขียนโจทย์ ความหมายกระทู้ธรรม คิหิปฏิบัติ โครสร้างกระทู้ธรรม ชั้นตรี ชั้นโท ชั้นเอก ตรี ตัวอย่างการแต่งกระทู้ในใบตอบสนามหลวง แต่งกระทู้ ทริคกระทู้ ทานพิธี ธรรมศึกษา ธรรมศึกษาคืออะไร ธรรมศึกษาชั้นตรี ธรรมศึกษาชั้นโท ธรรมศึกษาชั้นเอก นักธรรม แนะนำ บทความธรรมศึกษา บุญพิธี ปกศ ธ.ศ. ปกศ น.ธ. ปกิณกพิธี ประโยคสำนวนที่ออกสอบ ประวัติธรรมศึกษา ผลสอบ ๒๕๕๖ ผลสอบธรรมสนามหลวง ผู้เขียนเว็บ พระกังขาเรวตะ พระกาฬุทายี พระกุมารกัสสปะ พระโกณฑธานะ พระขทิรวนิยเรวตะ พระจูฬปันถกะ พระนันทกะ พระนันทะ พระปิณโฑลภารทวาชะ พระปิลินทวัจฉะ พระปุณณมันตานีบุตร พระพากุละ พระพาหิยทารุจีริยะ พระภัททิยะ พระมหากัจจายนเถระ พระมหากัปปินะ พระมหากัสสปะ พระมหาโกฏฐิตะ พระมหาปันถกะ พระโมคคัลลานะ พระโมฆราช พระรัฐบาล พระราธะ พระราหุล พระลกุณฎกภัททิยะ พระวักกลิ พระวังคีสะ พระสาคตะ พระสารีบุตร พระสีวลี พระสุภูติ พระโสณกุฎิกัณณะ พระโสณโกฬิวิสะ พระโสภิตะ พระอนุรุทธะ พระอัญญาโกณฑัญญะ พระอานนท์ พระอุบาลี พระอุปเสนะ พระอุรุเวลกัสสปะ พุทธประวัติ พุทธศาสนสุภาษิตชั้นตรี พุทธศาสนสุภาษิตชั้นโท พุทธศาสนสุภาษิตชั้นเอก เรียนธรรมศึกษา เลขใบประกาศนียบัตร วันแม่แห่งชาติ วันสอบธรรมสนามหลวง59 วันสอบสนามหลวง วันอาสาฬหบูชา วิชากรรมบถชั้นเอก วิชากระทู้ธรรมชั้นตรี วิชากระทู้ธรรมชั้นโท วิชากระทู้ธรรมชั้นเอก วิชาธรรมวิจารณ์ชั้นเอก วิชาธรรมวิภาคชั้นตรี วิชาธรรมวิภาคชั้นโท วิชาเบญจศีลเบญจธรรมชั้นตรี วิชาพุทธประวัติชั้นตรี วิชาพุทธานุทธประวัติชั้นเอก วิชาเรียนธรรมศึกษาชั้นตรี วิชาเรียนธรรมศึกษาชั้นโท วิชาเรียนธรรมศึกษาชั้นเอก วิชาอนุพุทธประวัติชั้นโท วิชาอุโบสถศีลชั้นโท วิธีตรวจกระทู้ธรรม วิธีเรียนธรรมศึกษา วิธีสมัครสอบ ศาสนพิธี ศาสนพิธีชั้นตรี ศาสนพิธีชั้นโท สถิติข้อสอบ สถิติข้อสอบกระทู้ธรรม สนามสอบในต่างประเทศ สนามสอบแผนกธรรม สอบนักธรรม สอบนักธรรมตรี2557 สารบัญเรียนธรรมศึกษา สุภาษิต หนังสือเรียนชั้นตรี หนังสือเรียนชั้นโท หนังสือเรียนชั้นเอก หลักสูตรเรียน หลักสูตรเรียนธรรมตรี หลักสูตรเรียนธรรมโท หลักสูตรเรียนธรรมเอก Book Like Scoring

<h1>พุทธประวัติ,พระศาสดาประสูติ</h1>
ปริจเฉทที่ 3 พระศาสดาประสูติ
เมื่อพระเจ้าสุทโธทนะโอรสของพระเจ้าสีหหนุ เมืองกิลพัสดุ์ ทรงอภิเษกสมรสกับพระนางสิริมหามายา พระธิดาของพระเจ้าอัญชนะเมืองเทวหะ พระเจ้าสุทโธทนะทรงปกครองเมืองกบิลพัสดุ์ต่อจากพระบิดา

ต่อมา พระศาสดาของเราทั้งหลาย ได้ทรงถือปฏิสนธิในพระครรภ์ของนางมายา ในวันจะประสูติพระโอรส พระนางสิริมหามายาได้เสด็จนิวัติพระนครเทวหะเพื่อทรงมีพระประสูติกาลที่เทวหะนคร ขณะพระนางสิริมหามายาเสด็จผ่านอุทยานลุมพินีวัน เขตแดนระหว่างเมืองกบิลพัสดุ์และเมืองเทวหะติดต่อกัน ทรงประชวรพระครรภ์ ประสูติพระโอรสใต้ร่มไม้สาละ เมื่อวันศุกร์ เพ็ญเดือนวิสาขะ ปีจอ ก่อนพุทธศก ๘๐ ปี เวลาใกล้เที่ยง

ขณะประสูติ พระนางสิริมหามายาประทับยืนจับกิ่งไม้สาละ พระโอรสพอประสูติแล้ว ดำเนินไปได้ ๗ ก้าว เปล่ง อาสภิวาจา อันเป็นบุพพนิมิตแห่งการตรัสรู้

อสิตดาบสเข้าเยี่ยม
ฝ่ายอสิตดาบส (อีกอย่างหนึ่งเรียก กาฬเทวิลดาบส) ผู้เป็นที่นับถือของราชสกุล ได้ทราบข่าวของพระกุมารจึงเข้าไปเยี่ยม พระเจ้าสุทโธทนะ ทรงอุ้มพระราชโอรสออกมาเพื่อจะให้นมัสการพระดาบส พระดาบสเห็นพระโอรสนั้นมีลักษณะต้องด้วยตำหรับมหาบุรุษลักษณะ พระดาบสมีความเคารพนับถือในพระราชโอรสนั้นมาก จึงลุกขึ้นกราบลงที่พระบาททั้งสองของพระโอรสนั้นด้วยศีรษะของตน พร้อมกล่าวคำทำนายพระลักษณะของพระราชโอรสแล้วถวายพระพรลากลับไปอาศรมแห่งตน ทำให้ราชสกุลทั้งหลายเกิดความนับถือในพระโอรส ถวายโอรสของตนเป็นบริวารสกุลละองค์        

ประสูติได้ ๕ วัน ทำนายลักษณะ ขนานพระนาม
เมื่อพระราชกุมารประสูติได้ ๕ วัน พระเจ้าสุทโธทนะโปรดให้ชุมนุมพระญาติวงศ์และเสนามาตย์พร้อมกัน เชิญพราหมณ์ร้อยแปดคนมาฉันโภชนาหารแล้วทำนายพระลักษณะว่า พระกุมารมีคติเป็น ๒ คือ ถ้าได้ครองฆราวาส จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ครองแผ่นดิน มีสมุทรสาคร ๔ เป็นขอบเขต ถ้าออกทรงผนวช จักได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระศาสดาเอกในโลก และขนานพระนามว่า สิทธัตถกุมาร แต่มหาชนมักเรียกตามพระโคตรว่า โคตมะ

ประสูติได้ ๗ วัน พระมารดาสิ้นพระชนม์
ฝ่ายพระนางเจ้ามายาผู้เป็นพระมารดา พอประสูติพระโอรสได้ ๗ วัน ก็สิ้นพระชนม์ พระเจ้าสุทโธทนะจึงทรงมอบพระราชโอรสนั้นแก่ พระนางปชาบดีโคตมี พระมาตุจฉาเลี้ยงต่อมา ภายหลังพระนางนั้นมีพระราชบุตรพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า นันทกุมาร มีพระราชบุตรีพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า รูปนันทา

พระชนมายุ ๗ ปี ขุดสระโบกขรณี ๓ สระ
เมื่อสิทธัตถกุมารทรงเจริญพระชนมายุได้ ๗ พรรษา พระราชบิดาตรัสให้ขุดสระโบกขรณีในพระราชนิเวศน์ ๓ สระ ปลูกอุบลบัวขาบสระ ๑ ปลูกปทุมบัวหลวงสระ ๑ ปลูกบุณฑริกบัวขาวสระ ๑ ให้เป็นที่เล่นสำราญพระหฤทัยพระราชโอรส

ครั้งพระราชกุมารมีพระชนม์เจริญ ควรจะศึกษาศิลปวิทยาได้ จึงทรงพาไปมอบไว้ใน สำนักครูวิศวามิตร พระราชกุมารทรงเรียนได้ว่องไว จนสิ้นความรู้ของอาจารย์แล้วได้แสดงให้ปรากฏแก่หมู่พระญาติ ไม่มีพระกุมารอื่นจะเทียมถึง

เสด็จตามพระบิดาในพิธีแรกนาขวัญ
ณ กรุงกบิลพัสดุ์ เป็นปลายฤดูร้อน ย่างเข้าสู่การทำนา พระเจ้าสุทโธทนะได้เสด็จออกจากพระนครพร้อมด้วยขบวนหลวง เพื่อทรงประกอบพิธีเรียกกันว่า “รัชชนังคลมงคล” ประชาชนทั้งนครได้ติดตามพระองค์ไป เพราะเป็นพิธีใหญ่ประจำปี เพื่อเฝ้าพระราชาของตนประกอบพิธีอันสำคัญเช่นนี้ แม้พระราชาสุทโธทนะ ก็ทรงพาพระสิทธัตถะโอรสน้อยของพระองค์เสด็จไปสู่ท้องนาคราวนั้นด้วย

ได้ปฐมฌาน
ในวันจรดพระนังคัลแรกนาขวัญนั้นเอง ข้าราชบริพารต่างไปที่เลี้ยงกันหมด ปล่อยให้พระโอรสอยู่ลำพัง พระองค์เสด็จไปยังต้นหว้าใหญ่ประทับนั่งพิจารณาเห็นสิ่งทั้งหลาย ทรงเห็นสัตว์ทั้งหลายทุกข์ทรมาน ทรงมีความรู้สึกว่าความทุกอันใหญ่หลวงกำลังครอบงำคนและสัตว์ทั้งหลายอยู่ตลอดเวลา เมื่อทรงรำพึงเช่นนี้จิตของเจ้าชายได้ดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความคิด กระทั่งแน่วแน่เป็นสมาธิ ที่เรียกกันว่า “ปฐมฌาน

พระชนมายุ ๑๖ พรรษา อภิเษกพระชายา
เมื่อพระราชกุมารทรงพระเจริญวัย มีพระชนมายุได้ ๑๖ ปี ควรมีพระเทวีได้แล้ว พระราชบิดาตรัสสั่งให้สร้างปราสาท ๓ หลัง เพื่อเป็นที่เสด็จอยู่แห่งพระราชโอรส ใน ๓ ฤดู คือฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูฝน แล้วได้ตรัสขอ พระนางยโสธรา(บางแห่งเรียกพิมพา) ซึ่งเป็นพระราชบุตรีของพระเจ้าสุปปพุทธะในเทวทหนคร อันประสูติแต่นางอมิตาพระกนิษฐภคินีของพระองค์มาอภิเษกเป็นพระชายาของเจ้าชายสิทธัตถะ

พระญาติวงศ์
ฝ่ายพระราชกนิษฐภาดา ของพระเจ้าสุทโธทนะนั้น มีพระญาติวงศ์ดังนี้
สุกโกทนศากยะ มีโอรสองค์หนึ่ง ทรงนามว่า อานนท์  
อมิโตทนศากยะ มีโอรส ๒ องค์ ทรงนามว่า ๑.มหานามะ ๒.อนุรุทธะ มีธิดา ๑ องค์ ทรงนามว่า โรหิณี
นางอมิตาพระราชกนิษฐภคินี เป็นพระมเหสีของพระเจ้าสุปปพุทธะ ประสูติราชบุตรองค์ ๑ ทรงนามว่า เทวทัต ราชบุตรีองค์ ๑ ทรงนามว่า ยโสธราหรือพิมพา พระชายาของสิทธัตถกุมาร
เจ้าชายสิทธัตถะและพระนางนโสธราหรือพิมพาทรงมีพระราชโอรส ๑ พระองค์ คือ เจ้าชายราหุล

Author Name

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

ขับเคลื่อนโดย Blogger.